
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ยังทรงบำเพ็ญพระบารมีอยู่ พระองค์ได้เสวยพระชาติเป็น "นกแก้ว" ผู้ปรากฏกายสง่างาม ขนสีเขียวมรกตเป็นมันวาวราวกับเพชรที่ส่องประกายท่ามกลางแสงตะวัน ปลายปีกประดับด้วยแถบสีทองที่พลิ้วไหวตามลม ดวงตากลมโตสีดำขลับเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความเมตตาและความเข้าใจ จมูกสีแดงสดดูน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก นกแก้วองค์นี้ไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีจิตใจที่ประกอบไปด้วยความอดทนและเมตตาอย่างหาที่เปรียบมิได้
นกแก้วโพธิสัตว์อาศัยอยู่ในป่าอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าผสมผสานกับกลิ่นดินชื้นๆ เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วดังเซ็งแซ่เป็นบทเพลงแห่งธรรมชาติ ท่ามกลางหมู่ไม้เขียวขจีนั้น มีต้นมะม่วงใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปเป็นร่มเงาใหญ่ เป็นที่พักพิงของเหล่าสรรพสัตว์น้อยใหญ่ นกแก้วโพธิสัตว์ก็ใช้ต้นมะม่วงต้นนี้เป็นที่พำนักอาศัยเช่นกัน
วันหนึ่ง ขณะที่นกแก้วโพธิสัตว์กำลังพักผ่อนอยู่บนกิ่งมะม่วงอันสูงใหญ่ ก็พลันได้ยินเสียงร้องไห้โหยหวนดังมาจากเบื้องล่าง ด้วยความเป็นห่วง นกแก้วจึงรีบบินลงไปดู ก็พบกับเจ้าลิงน้อยตัวหนึ่งกำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้จ้าอยู่ใต้ต้นมะม่วง ขนของมันเปียกโชกไปด้วยน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสาย
นกแก้วโพธิสัตว์เห็นดังนั้น ก็บังเกิดความสงสาร จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "เจ้าลิงน้อย เหตุใดจึงร้องไห้เสียอกเสียใจปานนี้ มีอันใดให้ข้าพเจ้าช่วยเหลือหรือไม่?"
เจ้าลิงน้อยสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงนกแก้ว จึงเงยหน้าขึ้นมอง นัยน์ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา มันพูดเสียงสะอื้นว่า "ท่านนกแก้วผู้ใจดี... ข้า...ข้า... ข้าได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงไปแล้ว..."
นกแก้วโพธิสัตว์ร่อนลงมาเกาะที่กิ่งมะม่วงใกล้ๆ กับเจ้าลิงน้อย พลางปลอบโยน "อย่าเพิ่งเสียใจไปเลยนะเจ้าลิงน้อย เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ข้าฟังเถิด บางทีข้าอาจจะพอช่วยอะไรได้บ้าง"
เจ้าลิงน้อยสูดหายใจเข้าลึกๆ พลางเล่าเรื่องราวของตนเอง "เมื่อเช้านี้ ข้าเห็นผลมะม่วงสุกผลหนึ่งอยู่บนยอดสูงที่สุดของต้นมะม่วงนี้ มันดูน่ากินเสียเหลือเกิน ข้าจึงพยายามปีนป่ายขึ้นไปเพื่อจะเก็บมันมา แต่แล้ว... ระหว่างที่ข้ากำลังจะเอื้อมถึง ข้าพลั้งมือหลุดจากกิ่งไม้... และตกลงมา... ขาของข้า... ขาของข้าหัก!"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เจ้าลิงน้อยก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง น้ำตาไหลอาบแก้มใสๆ
นกแก้วโพธิสัตว์ฟังจบ ก็รู้สึกเห็นใจในความเคราะห์ร้ายของเจ้าลิงน้อยเป็นอย่างยิ่ง มันเข้าใจดีว่าความเจ็บปวดทางกายนั้นทรมานเพียงใด แต่ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเข้าใจความรู้สึกผิดหวังและความกลัวที่เจ้าลิงน้อยกำลังเผชิญอยู่
นกแก้วโพธิสัตว์พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเมตตา "อย่ากลัวไปเลยนะเจ้าลิงน้อย แม้ขาของเจ้าจะบาดเจ็บ แต่ก็ใช่ว่าจะหมดหนทางเสียทีเดียว ข้าจะช่วยเจ้าเอง"
จากนั้น นกแก้วโพธิสัตว์ก็บินขึ้นไปบนกิ่งมะม่วงที่สูงที่สุดอย่างคล่องแคล่ว มันค่อยๆ ใช้ปากคาบเอาผลมะม่วงสุกที่เจ้าลิงน้อยหมายปองนั้นลงมาอย่างเบามือ ผลมะม่วงนั้นมีขนาดใหญ่ สีเหลืองทองอร่ามส่งกลิ่นหอมหวานยั่วยวนใจ
เมื่อได้ผลมะม่วงมาแล้ว นกแก้วโพธิสัตว์ก็ค่อยๆ นำผลมะม่วงนั้นวางลงตรงหน้าเจ้าลิงน้อย
"นี่คือผลมะม่วงที่เจ้าปรารถนา" นกแก้วโพธิสัตว์กล่าว "แม้เจ้าจะไม่ได้ลิ้มรสมันด้วยตัวเอง แต่ข้าหวังว่าการที่ได้เห็นมันอยู่ตรงหน้า จะช่วยปลอบประโลมใจของเจ้าได้บ้าง"
เจ้าลิงน้อยมองผลมะม่วงด้วยแววตาเศร้าหมอง แต่มันก็เข้าใจในความปรารถนาดีของนกแก้ว มันพยักหน้าเบาๆ
แต่แล้ว นกแก้วโพธิสัตว์ก็ทำสิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้น มันใช้ปีกของมัน ค่อยๆ ปัดป้องผลมะม่วงนั้นให้เข้าไปใกล้ๆ เจ้าลิงน้อยมากขึ้น และเริ่มใช้ปากเล็กๆ ของมัน เด็ดเอาเนื้อของผลมะม่วงนั้นออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วค่อยๆ ป้อนเข้าปากของเจ้าลิงน้อยทีละคำ
เจ้าลิงน้อยตาโตด้วยความประหลาดใจ มันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีใครทำเช่นนี้ให้ มันค่อยๆ เคี้ยวเนื้อมะม่วงรสหวานชื่นใจลงไป ความเจ็บปวดที่ขาค่อยๆ บรรเทาลงเมื่อได้รับรสชาติอันหอมหวาน
นกแก้วโพธิสัตว์ป้อนมะม่วงให้เจ้าลิงน้อยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้ว่ามันเองจะไม่ได้กินมะม่วงผลนั้นเลยก็ตาม ดวงตาของมันฉายแววแห่งความสุขที่ได้เห็นเจ้าลิงน้อยคลายความเศร้าหมอง
วันเวลาผ่านไปหลายวัน นกแก้วโพธิสัตว์ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเจ้าลิงน้อย มันคอยป้อนอาหาร ปลอบโยน และให้กำลังใจเจ้าลิงน้อยอยู่เสมอ แม้ว่าการป้อนอาหารแต่ละครั้งจะต้องบินขึ้นไปเก็บผลมะม่วงแล้วค่อยๆ เด็ดป้อน ทำให้มันเสียเวลาและพลังงานไปไม่น้อย
ครั้งหนึ่ง ขณะที่นกแก้วกำลังป้อนมะม่วงให้เจ้าลิงน้อย ก็มีฝูงอีกาตัวหนึ่งบินผ่านมา พวกมันเห็นนกแก้วกำลังเด็ดมะม่วงป้อนให้ลิง ก็เกิดความฉงนสงสัย
อีกาตัวหนึ่งซึ่งเป็นหัวหน้าฝูง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "เฮ้ย! นกแก้ว! เจ้าทำอะไรอยู่? ทำไมเจ้าถึงได้เอาผลมะม่วงอันมีค่า มาป้อนให้เจ้าลิงตัวนี้? เจ้าไม่เห็นหรือว่ามันบาดเจ็บอยู่! เจ้าควรจะกินมันเอง หรือไม่ก็เอาไปให้ครอบครัวของเจ้าสิ!"
นกแก้วโพธิสัตว์เงยหน้าขึ้นมองฝูงอีกาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงบ มันตอบอย่างนุ่มนวลว่า "พวกท่านผู้มีปัญญา... ข้าพเจ้าเห็นว่าเจ้าลิงน้อยตัวนี้กำลังได้รับความทุกข์ทรมาน ด้วยความเจ็บปวดและความผิดหวัง ข้าพเจ้าจึงปรารถนาที่จะแบ่งปันสิ่งที่ข้าพเจ้ามี เพื่อบรรเทาความทุกข์ของมัน"
อีกาตัวหนึ่งหัวเราะเยาะ "ไร้สาระ! ความทุกข์ของมันมันก็เรื่องของมันสิ! เจ้าไม่จำเป็นต้องเอาของของเจ้าไปให้มัน! เจ้ากำลังจะอดตายอยู่แล้วนะ! ดูสิ! เจ้าผอมลงไปทุกวัน!"
นกแก้วโพธิสัตว์ยิ้มเล็กน้อย "ข้าพเจ้าไม่เคยคิดว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าทำนั้นจะเป็นภาระเลย การได้ช่วยเหลือผู้อื่นนั้น ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกมีความสุขมากกว่าการได้กินผลมะม่วงเพียงลำพังเสียอีก"
อีกาฝูงนั้นไม่เข้าใจในสิ่งที่นกแก้วโพธิสัตว์พูด มันได้แต่ส่ายหัวไปมาด้วยความไม่เห็นด้วย จากนั้นก็บินจากไป ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยาะเย้ย
เจ้าลิงน้อยที่ได้ยินบทสนทนาระหว่างนกแก้วกับฝูงอีกา ก็บังเกิดความรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก มันมองหน้านกแก้วโพธิสัตว์ด้วยความเคารพ
"ท่านนกแก้ว... ข้า...ข้าไม่รู้จะขอบคุณท่านอย่างไรดี ท่านเสียสละความสุขของท่านเพื่อข้า..." เจ้าลิงน้อยกล่าวเสียงสั่น
นกแก้วโพธิสัตว์ส่ายหัวเบาๆ "ไม่เป็นไรหรอกเจ้าลิงน้อย ความอดทนและความเมตตาเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้มาตลอดชีวิตของข้า ข้าเชื่อว่าสักวันหนึ่ง เจ้าก็จะหายดี และได้วิ่งเล่นเหมือนเดิม"
เมื่อเวลาผ่านไปอีกไม่นาน ขาของเจ้าลิงน้อยก็เริ่มดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยการดูแลเอาใจใส่ของนกแก้วโพธิสัตว์ และด้วยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เจ้าลิงน้อยก็สามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง แม้จะยังไม่คล่องแคล่วเหมือนเดิม แต่ก็ถือว่าดีขึ้นมาก
วันหนึ่ง ขณะที่เจ้าลิงน้อยกำลังฝึกเดินอยู่ใต้ต้นมะม่วง นกแก้วโพธิสัตว์ก็บินลงมาเกาะที่กิ่งไม้ใกล้ๆ
เจ้าลิงน้อยหันมามองนกแก้วด้วยดวงตาเป็นประกาย "ท่านนกแก้ว! ข้า...ข้าดีขึ้นแล้ว! ข้าจะกลับไปอยู่กับครอบครัวได้แล้ว!"
นกแก้วโพธิสัตว์ยิ้มด้วยความยินดี "ดีใจด้วยนะเจ้าลิงน้อย จงระมัดระวังตัวให้มากๆ และอย่าได้ทำผิดพลาดเช่นนี้อีกเลย"
ก่อนที่เจ้าลิงน้อยจะจากไป มันได้ก้มลงกราบแทบนกแก้วโพธิสัตว์ด้วยความเคารพ "ข้าจะไม่มีวันลืมบุญคุณของท่านเลย ตลอดชีวิตของข้า!"
จากนั้น เจ้าลิงน้อยก็กระโดดปีนป่ายต้นไม้ออกไปตามทางของมันอย่างมีความสุข ทิ้งให้นกแก้วโพธิสัตว์เฝ้ามองด้วยรอยยิ้มแห่งความอิ่มเอมใจ
นกแก้วโพธิสัตว์ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในป่าแห่งนั้นต่อไป มันยังคงช่วยเหลือสรรพสัตว์อื่นๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน ด้วยจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความอดทนและความเมตตาอันไม่มีที่สิ้นสุด เรื่องราวของนกแก้วผู้มีขันตินี้ ได้เล่าขานสืบต่อกันมาในหมู่สัตว์ป่า ว่าเป็นตัวอย่างอันประเสริฐแห่งการบำเพ็ญเพียร
ความอดทนและความเมตตาเป็นคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ทำให้จิตใจเป็นสุขและเป็นที่รักของผู้คน
ขันติบารมี (ความอดทน)
— In-Article Ad —
ความอดทนและความเมตตาเป็นคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ทำให้จิตใจเป็นสุขและเป็นที่รักของผู้คน
บารมีที่บำเพ็ญ: ขันติบารมี (ความอดทน)
— Ad Space (728x90) —
166ทุกนิบาตมหาปิปผาลีชาดก ณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในชมพูทวีป นามว่าเมืองมิถิลาอันรุ่งเรือง พระเจ้าวิเทหะ...
💡 การเอาใจใส่และการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และความเจริญรุ่งเรือง
218ทุกนิบาตคันธสูตรชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง ด้วยพระบรมโพธิสมภารของพระเจ้าพิมพิสาร ...
💡 ความโลภและความเห็นแก่ตัวเป็นอุปสรรคต่อความสุขที่แท้จริง ความสุขที่ยั่งยืนนั้นเกิดจากการรู้จักแบ่งปัน การเสียสละ และการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น การยอมรับความผิดและเปลี่ยนแปลงตนเองคือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดีกว่า
280ติกนิบาตสมุทรชาดก ณ แคว้นอันไกลโพ้น มีเมืองท่าที่คึกคักนามว่า “สมุทรปุระ” เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการค้าขายทางท...
💡 ความซื่อสัตย์สุจริตนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง การหลงเชื่อคนพาลนำมาซึ่งความหายนะ
24เอกนิบาตกุฏวานกชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นกุฏวานะ (นกแขกเต้า) อาศัยอยู่ใ...
💡 ความเมตตาเป็นคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่ สามารถเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้ แม้แต่กับผู้ที่เคยทำร้ายเรา การรู้จักให้อภัยและช่วยเหลือผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ.
3เอกนิบาตสุวัณณสามชาดกณ ป่าสีวลีอันร่มรื่น ใกล้กับกรุงพาราณสี มีฤาษีตนหนึ่งนามว่า สุวัณณสาม ฤาษีตนนี้ได้บำเพ็...
💡 การบำเพ็ญศีล ความเมตตา และการให้อภัย นำมาซึ่งผลอันประเสริฐ
275ติกนิบาตอัคคิชาดก เรื่องย่อ กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว สมัยที่โลกยังเต็มไปด้วยควา...
— Multiplex Ad —